ภาพลักษณ์รัฐบาลมะฮฺในอัล-กุรอาน

อัล-กุรอานกล่าวถึงการปรากฏกายของมะฮฺดียฺ (อ.) เพื่อการจัดตั้งการปกครองไว้อย่างตรงไปตรงมาเหมือนกับการกล่าวถึงบางประเด็นที่ไม่มีการอ้อมค้อมแต่อย่างใด กล่าวคืออัล-กุรอานกล่าวถึงการจัดตั้งการปกครองโลกที่มีความยุติธรรมที่สุด และผู้ปฏิบัติตามที่สะอาดบริสุทธิ์ของท่าน โองการลักษณะเช่นนี้นักอรรถธิบายอัล-กุรอานส่วนใหญ่เมื่อนำฮะดีซของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) มาเป็นองค์ประกอบในการอธิบาย ได้กล่าวตรงกันว่า เป็นโองการที่กล่าวถึงท่านอิมามมะฮฺดีย (อ.) การปรากฏกาย และการยืนหยัดต่อสู้ของท่าน

 ณ ที่นี้ขอกล่าวถึงโองการเหล่านั้นสัก ๓ โองการเท่านั้นเพื่อเป็นบทพิสูจน์แก่ผู้ที่แสวงหาสัจธรรมทั้งหลาย โองการที่ ๑ อัล-กุรอานกล่าวว่า

وَلقَد كتبنا فِى الزّبُورِ مِن بَعدِ الذّكرِ أنّ الأرضَ يَرِثُها عِبادِىَ‏َ الصّالِحُونَ

แท้จริงเราได้บันทึกไว้ในคัมภีร์อัซซะบูร หลังจากที่เราได้บันทึกไว้แล้วใน (เตารอต) ว่า ปวงบ่าวของเราที่เป็นกัลญาณชนมีคุณธรรมจะเป็นผู้สืบมรดก (ปกครอง) แผ่นดิน  [ ๑]

คำว่า ซะบูร ในพจนานุกรมหมายถึง การเขียนทุกประเภท และคัมภีร์ ดังกุรอานกล่าวว่า และทุก ๆ สิ่งที่พวกเขากระทำมันนั้นมีอยู่ในบันทึก [ ๒]

(و كل شي ء فعلوه في الزبر)

แต่สัญลักษณ์จากโองการที่กล่าวไว้ในซูเราะฮฺอิซรออฺ ๕๕    และเราได้ให้ซะบูร แก่ดาวูด

(وَآتَيْنَا دَاوُودَ زَبُورًا)

  ในที่นี้จึงหมายถึงคัมภีร์อันเฉพาะเจาะจงที่พระองค์ทรงมอบให้กับดาวูด ซึ่งในนั้นคือ บทดุอาอฺ มะนาญาต และสุนทรพจน์ที่ท่านศาสดาดาวูดได้กล่าว ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวได้ถูกประทานหลังจากคัมภีร์เตารอตของศาสดามูซา (อ.)

ความหมายของโองการคำว่า ซิกรฺ ( الذّكر ) รากเดิมหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถรำลึกถึง หรือกล่าวถึง แต่ ณ ที่นี้หมายถึง คัมภีร์แห่งฟากฟ้าของท่านศาสดามูซา (อ.) อันได้แก่ คัมภีร์เตารอต ด้วยเหตุผลที่ว่า คัมภีร์เตารอตของท่านศาสดามูซามีมาก่อนคัมภีร์ อัซซะบูรนั้นเอง ดังโองการที่กล่าวว่า

وَلَقَدْ آتَيْنَا مُوسَى وَهَارُونَ الْفُرْقَانَ وَضِيَاءً وَذِكْرًا لِّلْمُتَّقِينَ

และแท้จริง เราได้ให้แก่มูซาและฮารูน (ซึ่งคัมภีร์เตารอต) ที่แยกระหว่างความจริงกับความเท็จและเป็นแสงสว่างแห่งดวงประทีปและข้อตักเตือนสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง [ ๓]

บางตัฟซีรอธิบายว่า ซิกรฺ ในที่นี้หมายถึงอัล-กุรอาน เนื่องจากว่าเมื่ออัล-กุรอานกล่าวถึงคำนี้ในโองการอื่นอัล-กุรอานจะหมายถึงตัวเอง เช่น โองการที่กล่าวว่า

اّن هُوَ اّلاّ ذِكرٌ لِلعالَمين

อัลกุรอานนั้นมิใช่อื่นใด นอกจากเป็นข้อตักเตือนแก่ประชาชาติทั้งมวล [ ๔]

ด้วยเหตุนี้ คำว่า มิมบะอฺดุ ในที่นี้จึงให้ความหมายว่า นอกจากนั้นแล้ว โองการข้างต้นจึงมีความหมายว่า นอกเหนือจากอัล-กุรอานแล้วเราได้บันทึกไว้ในซะบูรว่า แท้จริงแผ่นดินจะถูกปกครองด้วยปวงบ่าวที่บริสุทธิ์ของฉัน

มีผู้ถามท่านอิมามซอดิก (อ.) เกี่ยวกับ ซะบูร และ ซิกรฺ ว่าหมายถึงอะไร ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า ซิกรฺนั้นอยู่ ณ อัลลอฮฺ (ซบ.) ส่วนซะบูร คือคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาแก่ดาวูด และคัมภีร์ทั้งหมดที่ถูกประทานลงมาล้วนอยู่ ณ ผู้ทรงความรู้ที่แท้จริงอันหมายถึงพวกเรา (อะฮฺลุลบัยตฺ) [ ๕]

มัรฮูมชัยคฺมุฟีด ได้ กล่าวไว้ในตำราของท่านเกี่ยวกับอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) โดยกล่าวว่าโองการที่กล่าวถึงกับโองการที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นโองการที่อธิบายถึงท่านอิมามมะฮฺดยฺ (อ.) โดยเฉพาะ

ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวอธิบายโองการข้างต้นว่า ปวงบ่าวของเราที่เป็นกัลญาณชนมีคุณธรรม นั้นหมายถึงมิตรสหายที่ให้การช่วยเหลือมะฮฺดีย์ฺในยุคสุดท้าย

มัรฮูมเฏาะบัรซียฺ นักตัฟซีรที่มีชื่อเสียงหลังจากกล่าวถึงฮะดีซดังกล่าวแล้ว กล่าวว่า ฮะดีซที่ชีอะฮฺและซุนนียฺได้รายงานจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) บนประเด็นที่กล่าวว่า ถ้าโลกนี้มีเวลาเหลือเพียงแค่วันเดียวอัลลอฮฺ จะทรงทำให้วันนั้นยาวออไป จนกว่าจะมีบ่าวที่บริสุทธิ์จากครอบครัวของเราปรากฏออกมา และทำให้โลกนี้เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมและความยุติธรรมดั่งที่โลกเคยเปี่ยมล้นด้วยความอยุติธรรมมาแล้ว

การที่อัล-กุรอานได้กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาล และปกครองโดยบ่าวที่ดีมีคุณธรรมของพระองค์บนหน้าแผ่นดิน โดยกล่าวไว้ทั้งในเตารอตและซะบูร นั่นแสดงให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญ หรืออีกนัยหนึ่งอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างมาก พระองค์จึงตรัสไว้ในคัมภีร์ที่ประทานให้กับศาสดาก่อนหน้านี้ของพระองค์เล่มแล้วเล่มเล่า

นอกจากนี้ประเด็นดังกล่าวยังกล่าวไว้ในคัมภีร์ มะซามีร ดาวูด ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ อะฮฺเกาะดีม (เตารอต) ในนั้นได้พรรณาถึงบทดุอาอฺและมะนาญาตต่าง ๆ ของท่านศาสดาดาวูด (อ.) ซึ่งได้กล่าวไว้ในนิยามที่แตกต่างกัน เช่น ในบรรพ์ที่ ๓๗ กล่าวว่า  ความเลวร้ายทั้งหลายจะสิ้นสุดลง และผู้แทนผู้บริสุทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้าจะทำหน้าที่สืบทอดมรดกของพระองค์บนหน้าแผ่นดิน และคนชั่วจำนวนน้อยนิดที่ปฏิเสธ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ให้การต้อนรับ และแผ่นดินจะเต็มไปด้วยความสงบสุข

ซึ่งและผู้แทนผู้บริสุทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า ในที่นี้หมายถึงผู้ที่จะทำหน้าที่ปกครองโลกนั้นเอง อันหมายถึงท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.)

ริวายะฮฺจำนวนมากมายกล่าวถึง ปวงบ่าวที่เป็นกัลญาณชนที่มีคุณธรรมซึ่งจะทำหน้าที่ปกครองแผ่นดินว่า หมายถึงพลพรรคของมะฮฺดียฺ

บางริวายะฮฺกล่าวว่า หมายถึงอะฮฺลุลบัยตฺของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ผู้ที่จะทำหน้าที่สืบทอดมรดกบนหน้าแผ่นดิน (จัดตั้งรัฐปกครองแผ่นดิน) [ ๖]

บทสรุปจากโองการ

๑. เป็นแบบฉบับของอัลลอฮฺ (ซบ.) ที่จะให้ปวงบ่าวที่บริสุทธิ์ปกครองแผ่นดินพระองค์จึงตรัสว่า เราได้บันทึกไว้

๒. การทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าของอัล-กุรอานเป็นความจริงแน่นอน พระองค์จึงยืนยันว่า แท้จริงเราได้บันทึกไว้ในคัมภีร์อัซซะบูร

๓. อัล-กุรอานกำลังส่งข่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตพระองค์จึงตรัสเน้นว่า จะมีผู้สืบมรดกแน่นอน

๔. อาณาคตโลกต้องตกเป็นของคนดีอย่างแน่นอนพระองค์จึงตรัสด้วยความมั่นใจว่า ปวงบ่าวของเราที่เป็นกัลญาณชนมีคุณธรรมจะเป็นผู้สืบมรดก

๕. อัลลอฮฺตรัสยืนยันว่าศาสนาไม่มีวันแยกออกจากการเมืองอย่างแน่นอน ปวงบ่าวของเราที่เป็นกัลญาณชนมีคุณธรรมจะเป็นผู้สืบมรดก นั่นหมายถึงนักการเมืองที่เคร่งครัดศาสนา ขณะที่บางโองการกล่าววาจะไม่มีใครเกรงกลัวอัลลอฮฺนอกจาก อุละมาอฺ

๖. อัล-กุรอานยืนยันว่าการอิบาดะฮฺอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเป็นผู้สืบมรดกแน่นอน ดังนั้น ต้องมีความสามารถและทรงคุณธรรมด้วย พระองค์จึงตรัสว่าผู้ปกครองของฉันต้องเป็น ปวงบ่าวที่เป็นกัลญาณชนมีคุณธรรม

๗. ผู้ปกครองแผ่นต้องมีคุณสมบัติ ๒ ประการมิเช่นนั้นไม่สามารถปกครองโลกได้ พระองค์จึงตรัสถึง ปวงบ่าวของเราที่เป็นกัลญาณชนมีคุณธรรม


[ ๑] อัมบิยาอฺ ๑๐๕

[ ๒] เกาะมัร ๕๒

[ ๓] อัมบิยาอฺ ๔๘

[ ๔] ตักวีร ๒๗

[ ๕] กาฟียฺ เล่ม ๑ หน้า ๒๒๕

[ ๖] ตัฟซีรกุมมี เล่ม ๒ หน้า ๖๙๗