การอ้างตนเป็นมะฮฺดียฺ

เมื่อพิจารณาประวัติศาสตร์จะเห็นว่าตลอดหน้าประวัติศาสตร์มีผู้คนมากมายกล่าวอ้างตนว่าเป็นมะฮฺดียฮ หรือประชาชนทั่วไปยกย่องคนบางคนว่าเป็นมะฮฺดียฺ ซึ่งสิ่งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าความเชื่อเรื่องมะฮฺดียฺ (อ.) และการปรากฏกายของท่านเพื่อปรับปรุงโลกในหมู่มุสลิมเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เนื่องจากบางคนได้เอาสัญลักษณ์การปรากฏกาย และคุณสมบัติบางประการของท่านอิมามไปเทียบกับบางคน ซึ่งพวกเขาได้นำเอาสัญลักษณ์ดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดและอ้างตนว่าเป็นมะฮฺดียฺ หรือบางคนไม่เคยกล่าวอ้างตนแต่ประชาชนที่โง่เขลาปัญญา หรือประชาชนที่ได้รับการกดขี่อย่างรุนแรงต้องการให้มีผู้มาปลดปล่อยจึงได้ยกย่องบางคนว่าเป็นมะฮฺดียฺ หรือบางครั้งไม่มีเครื่องหมายและสัญลักษณ์ใด ๆ พวกเขาได้ผิดพลาดในการจินตนาการถึงมะฮฺดียฺ

ตัวอย่าง มีมุสลิมบางกลุ่มได้ยกย่อง มุฮัมมัด บิน ฮะนะฟียฺ ซึ่งชื่อและฉายานามตรงกับท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ว่าเป็นมะฮฺดียฺ และเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตายได้เร้นกายซึ่งจะปรากฏมาภายหลังเพื่อปรับปรุงและควบคุมโลก [ ๑]

ชีอะฮฺอิสมาอีลียะฮฺเชื่อว่า อิสมาอีล บุตรชายคนหนึ่งของท่านอิมามซอดิก (อ.) ยังไม่เสียชีวิต ซึ่งการที่ประกาศว่าท่านเสียชีวิตนั้นเป็นเพราะความเหมาะสมบางประการ ซึ่งในความเป็นจริงท่านมีชีวิตอยู่และเป็นคน ๆ เดี่ยกับกออิมที่จะปรากฏกายมาภายหลังตามประสงค์ของอัลลอฮฺ (ซบ.) เพื่อจัดการโลกให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและควบคุมโลกไว้ด้วยอำนาจของท่าน [ ๒]

มุฮัมมัด ซึ่งรู้จักกันในนามของ นัฟซุ ซักกียะฮฺ บุตรของอับดุลลอฮฺ บิน ฮะซัน ได้ลุกขึ้นต่อต้านการปกครองที่กดขี่ในสมัยของ มันซูร ดะวอนิกียฺ อับบาซียฺ ซึ่งเผอิญว่าชื่อของตนและบิดาตรงกับชื่อของอิมามมะฮฺดียฺและบิดาของท่านพอดีจึงได้อ้างตนว่าเป็นมะฮฺดียฺ และมีผู้เข้าร่วมขบวนการไม่น้อย [ ๓]

เหตุการณ์การลุกขึ้นต่อสู้ของนัฟซฺ ซักกียะฮฺ (มุฮัมมัด บิน อัจลาน) ซึ่งเป็นฟะกีฮฺและเป็นผู้เคร่งครัดในการดำรงอิบาดะฮฺแห่งมะดีนะฮฺได้เป็นผู้ช่วยเหลือ เมื่อมุนัฟซฺ ซักกียะฮฺพ่ายแพ้และถูกฆ่าตาย ญะอฺฟัร บิน สุลัยมาน เป็นผู้ว่าประจำมะดีนะฮฺได้เรียกตัว อิบนุอัจลานเข้าพบ และถามว่า ทำไม่ท่านถึงช่วยเหลือคนโกหก เวลานั้นเขาได้สั่งให้ตัดมือ อิบนุอัจลาน

บรรดาผู้รู้และนักปราชญ์ท่านอื่น ๆ แห่งเมืองมะดีนะฮฺได้เข้าอุทธรณ์  ต่อท่านญะอฺฟัร บิน สุลัยมานเพื่อขออภัยโทษให้กับอัจลาน พวกเขาพูดว่า โอ้ท่านอมีร มุฮัมมัด บิน อัจลาน เป็นฟะกีฮฺและเป็นผู้เคร่งครัดของเมืองมะดีนะฮฺ ความเป้นจริงแล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ซึ่งเขาคิดว่ามุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ นั้นเป็นมะฮฺดีย์เมาอูด ตามที่ริวายะฮฺได้กล่าวถึง [ ๔] นอกจาำำกคนอุละมาอฺแล้ว ยังมีบรรดนักฮะดีซและนักปราชญ์อีกมากมายเข้าอุทธรณ์กับ ญะฮฺฟัร บิน สุลัยมาน

มุฮัมมัด บิน อัจลาน ได้พูดกับญะอฺฟัร บิน สุลัยมานว่า ฉันได้ช่วยเหลือ มุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ เนื่องจากว่ามั่นใจว่า เขาคือมะฮฺดีย์เมาอูดตามที่ริวายะฮฺได้กล่าวไว้ ตราบเท่าที่เขายังมีชีวิตฉันไม่เคยสงสัยในตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อเขาถูกสังหารฉันจึงเข้าใจว่า เขาไม่ใช่มะฮฺดียฺ และต่อจากนี้ไปฉันจะไม่หลงกลใครอีกต่อไป [ ๕]

มันซูร เช่นกัน ซึ่งชื่อของเขาคือ อับดุลลอฮฺ บิดานามว่า มุฮัมมัด และได้ตั้งฉายานามให้บุตรชายว่า มะฮฺดียฺ ต่อมาได้อ้างว่า มะฮฺดียฺเมาอูด คือบุตรชายของตน ไม่ใช่นัฟซฺ ซักกียะฮฺ [ ๖]

       จะเห็นว่าบางสำนักคิดเชื่อเรื่องมะฮฺดียฺว่าเป็นอิมามบางท่านก่อนหน้านั้น เช่น นาวูซียะฮฺ ท่านอิมามซอดิก (อ.) คือมะฮฺดียฺ ที่ยังมีชีวิตอยู่และได้เร้นกายไป [ ๗]

พวกวากิฟียะฮฺ ก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า มะฮฺดียฺคืออิมามก่อนหน้านั้นที่ยังไม่ตาย พวกเขาจึงเชื่อว่า อิมามมูซาอัลกาซิม (อ.) บุตรของท่านอิมามซอดิก (อ.) คือมะฮฺดียฺเมาอูดที่ยังมีชีวิตอยุ่ [ ๘] พวกเขาเชื่อว่าท่านอิมามจะไม่ตายจนกว่าโลกทั้งตะวันออกและตะวันตกจะถูกควบคุมโดยมะฮฺดีย [ ๙]

สุดท้ายมีกลุ่มหนึ่งหลังจากท่านอิมามฮะซันอัซการียฺ (อ.) ชะฮีดแล้ว พวกเขาปฏิเสธการสิ้นชีพของท่าน พวกเขาพูดว่า อิมามยังไม่ตายแต่เร้นกายไปเท่านั้น ซึ่งท่านจะกลับมาในฐานะของกออิม [ ๑๐]

สิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเรื่องมะฮฺดียฺ เมาอูด มีมาตั้งแต่สมัยของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เป็นเรื่องที่ชัดเจนสำหรับมุสลิมทุกคน และทุกคนทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวต่างรอคอยบุคคลที่จะมาลุกต่อสู้กับความอธรรมและผู้อธรรมทั้งหลาย เขาจะเป็นผู้ปักธงชัยแห่งอิสลามเหนือธงทั้งหลาย และธำรงความยุติธรรมดุจดังเช่นที่โลกเคยเปี่ยมล้นด้วยความอธรรม

เป็นเรื่องธรรมดาที่ว่าไม่มีใครสามารถปฏิเสธเรื่องมะฮฺดียเมาอูดว่าไม่จริง เนื่องจากตลอดหน้าประวัติศาสตร์มีทั้งตำราที่เขียนถึงมะฮฺดียฺเมาอูด มีการรวบรวมริวายะฮฺต่าง ๆ จากท่านศาสดาที่กล่าวถึงมะฮฺดียฺ แม้แต่หนังสือเซาะฮียฺบุคอรีย์ ฉบับภาษาไทย แปลโดย อ. อรุณ บุญชม ก็ได้กล่าวถึงเรื่องมะฮฺดียฺเมาอูดไ้ว้เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีการแอบอ้างทุกยุคทุกสมัยว่าตนคือ มะฮฺดียฺเมาอูด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเรื่อง มะฮฺดียฺเมาอูดเป็นความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้


[ ๑] เนาบัคตียฺ ฟิรกุชชีอะฮฺ นะญัฟ อัลมัฏบะอะฮฺ อัลฮัยดะรยะฮฺ ฮ.ศ. ๑๓๕๕ หน้า ๒๗ , ชะฮฺริซตานียฺ อัลมิลัล วันนิฮัล กุม มันชูรอต อัรเราะฎียฺ เล่ม ๑ หน้า ๑๓๒

[ ๒] เล่มเดิม หน้า ๖๗-๖๘

[ ๓] อิบนุ ฏิบฏิกอ อัลฟัครียฺ เบรุต ดารุลซอดิร  ฮ.ศ. ๑๓๖๘ หน้า ๑๖๕-๑๖๖

[ ๔] อบุลฟะรอจญฺ เอซฟาฮานียฺ , มะกอฏิล อัฏฏอลิบัยนฺ , นะญัฟ อัล มักตับฮัยดะรียะฮฺ ๑๓๘๕-

[ ๕] เล่มเดิม หน้า ๑๙๕

[ ๖] เล่มเดิม หน้า ๑๖๒

[ ๗] ชะฮฺริซตานียฺ อ้างแล้ว เล่มเดิมหน้า ๑๔๘

[ ๘] ชะฮฺริซตานียฺ อ้างแล้ว เล่มเดิมหน้า ๑๕๐

[ ๙] เนาบัคตียฺ เล่มเดิม หน้า ๘๐,๘๓

[ ๑๐] เนาบัคตียฺ เล่มเดิม หน้า ๙๖